Electronic 

การซื้อขายออนไลน์

 
 
          ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จึงมีบริการที่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ที่ www.utrade.co.th ทำให้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และส่งคำสั่งซื้อขายได้ตลอดทุก 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังติดตามราคาความเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์แบบ Real time ผ่านหน้าจอที่ออกแบบมาให้เหมาะกับนักลงทุน นอกจากนี้แล้วท่านยังสามารถดูข้อมูล ติดตามสภาวะตลาดและทำรายการซื้อขายออนไลน์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต(Tablet) ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ได้ทันที เพื่อให้ท่านไม่พลาดโอกาสในการลงทุนทุกที่ทุกเวลา, ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยคอมมิชชั่นที่ถูกกว่าการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
         
ภายในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ยังมีเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจลงทุนให้กับลูกค้า ได้แก่ บทวิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิคที่นำเสนอโดยนักวิเคราะห์มืออาชีพของบริษัทฯ จึงทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
   
ประเภทบัญชีซื้อขาย
ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ มีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้
 
1. บัญชีเงินสด (Cash Account) เป็นบัญชีที่ทางบริษัทฯ จะกำหนดวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจากหลักฐานทางการเงินของนักลงทุนที่ยื่นประกอบในการเปิดบัญชี  ซึ่งนักลงทุนจะต้องทำการฝากเงินเพื่อเป็นหลักประกันขั้นต้น ร้อยละ 0.20 (20%) ไว้กับทางบริษัทฯ ตามอัตราที่ทางการกำหนดก่อนการซื้อหลักทรัพย์ โดยชำระราคาค่าซื้อหลักทรัพย์ ภายใน 3 วันทำการหลังจากวันที่ทำรายการซื้อขาย (T+3)
 
2. บัญชีเงินฝาก (Cash Balance) เป็นบัญชีที่ลูกค้านำเงินสดมาวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเต็มจำนวน(100%) ไว้กับโบรกเกอร์ก่อนการซื้อขายหลักทรัพย์  โดยบัญชีประเภทนี้จะไม่มีการพิจารณาวงเงินการซื้อขายหลักทรัพย์จะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินฝากที่ลูกค้าโอนเข้ามายังบัญชีบริษัท ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวในอัตราที่บริษัทกำหนด และการคิดดอกเบี้ยจะคิดคำนวณเป็นรายวันตามจำนวนเงินสดคงเหลือในบัญชีของลูกค้า อย่างไรก็ตามบัญชีประเภทนี้จะได้รับค่าซื้อหรือหักค่าขายทันที ณ วันที่เกิดรายการขายหรือซื้อหลักทรัพย์ โดยเงินค่าซื้อและค่าขายดังกล่าวจะถูกโอนหรือหักจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่เปิดไว้กับบริษัทของลูกค้าเท่านั้น ในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่เปิดไว้กับบริษัท ลูกค้าจะต้องกรอกแบบฟอร์ม Money Withdrawal จากนั้นส่งเอกสารดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่การตลาด ก่อนเวลา 11.00 น. โดยลูกค้าจะได้รับเงินในวันทำการถัดไป ซี่งบริษัทจะโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของลูกค้าตามที่แจ้งไว้ในแบบฟอร์ม (อนึ่ง ในการพิจารณาจำนวนเงินที่ลูกค้าสามารถเบิกถอนได้นั้น บริษัทจะพิจารณาหลักทรัพย์ที่ลูกค้ามีอยู่ในบัญชี ว่าเป็นหลักทรัพย์ที่มีการชำระราคาแล้ว หรือยังไม่ครบรอบการชำระราคาตามเกณฑ์ T+3 หากจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องการเบิกถอนส่งผลให้เงินคงเหลือในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าไม่สามารถชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ที่ยังไม่ครบรอบตามเกณฑ์ T+3 ได้ บริษัทจะไม่สามารถโอนเงินเต็มจำนวนให้แก่ลูกค้าได้)
 
3. บัญชีเครดิตบาลานซ์ (Credit Balance Account) หรือที่เรียกว่าบัญชี Margin เป็นบัญชีที่สามารถกู้เงินบริษัทตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของจำนวนที่กู้ได้ของหลักทรัพย์แต่ละตัว โดยลูกค้าต้องวางเงินสดและ/หรือหลักทรัพย์เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ในอัตราส่วนขั้นต่ำที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยจากบริษัทฯ หากจำนวนเงินสดที่วางเป็นหลักประกันสูงกว่ายอดหนี้ และจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมหากยอดหนี้สูงเกินกว่าเงินสดที่วางหลักประกัน
 
4. บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (Derivatives Trading Account) เป็นบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX โดยนักลงทุนจะต้องทำการฝากเงินเพื่อเป็นหลักประกันตามอัตราที่ทางการกำหนดก่อนส่งคำสั่งซื้อขายทุกครั้ง ซึ่งบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับบัญชีเงินสด (Cash Balance) ของบัญชีซื้อขายหุ้น กล่าวคือ นักลงทุนฝากเงินเข้ามาเท่าไหร่สามารถซื้อขายได้ตามจำนวนเงินที่ฝากเข้ามาเท่านั้น